Wileman (Lepidoptera: Limacodidae)




Yüklə 147.38 Kb.
tarix23.04.2016
ölçüsü147.38 Kb.
ประสิทธิภาพของสารสกัดเอทานอลจากพืชในการควบคุม

หนอนหน้าแมว Darna furva Wileman (Lepidoptera: Limacodidae)

Effectiveness of Ethanolic Plant Extracts on the Oil Palm Slug Caterpillar, Darna furva Wileman (Lepidoptera: Limacodidae)
Cordia New 16 points, Bold

Line space 18 points



อำมร อินทร์สังข์1 วรเดช จันทรสร1 และจรงค์ศักดิ์ พุมนวน1

Ammorn Insang1 Woradej Chantason1 and Charongsak Phumnuan1

Cordia New 12 points, Bold

Line space 12 points


  1. บทคัดย่อ

การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดเอทานอลจากพืช 14 ชนิด ในการป้องกันกำจัดหนอนหน้าแมว Darna furva Wileman (Lepidoptera: Limacodidae) ในห้องปฏิบัติการโดยวิธีชุบใบ พบว่า สารสกัดจากสลอดที่ความเข้มข้น 1% มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันกำจัดหนอนหน้าแมว โดยมีผลทำให้หนอนตาย 96.67 % หลังการทดลองที่ 48 ชั่วโมง ในขณะที่ความเข้มข้นสูงขึ้นกลับมีประสิทธิภาพน้อยลง คือ ที่ความเข้มข้น 3 และ 5 % ทำให้หนอนตายเพียง 6.67 และ 3.33 % ที่ 48 ชั่วโมง รองลงมาคือสารสกัดจากหางไหลขาวที่ความเข้มข้น 5 % ทำให้หนอนตาย 36.67 % ที่ 48 ชั่วโมง และเมื่อนำสารสกัดจากหางไหลขาวมาทดสอบที่อัตราความเข้มข้นต่างๆ โดยวิธีหยดสารสกัดลงบนตัวหนอน พบว่าที่ความเข้มข้น 5 % ทำให้หนอนตาย 47.5 % ที่ 48 ชั่วโมง เมื่อนำสารสกัดจากหางไหลขาวมาทำการฉีดพ่นโดยตรงพบว่าที่มีความเข้มข้น 0.9%จะทำให้หนอนตาย 100.0 % ที่ 48 ชั่วโมง และจากการหาค่า LC50 ของสารสกัดหางไหลขาวที่ 24 ชั่วโมง พบว่ามีค่า 3,537 ppm (398-6,882 ppm) สารสกัดจากหางไหลขาวจึงมีแนวโน้มที่จะนำไปใช้ฉีดพ่นเพื่อใช้ในการป้องกันกำจัดหนอนหน้าแมวได้
Cordia New 14 points, Regular

Line space 16 points



คำสำคัญ: สารสกัดเอทานอลจากพืช หนอนหน้าแมว หางไหลขาว ฉีดพ่นทางใบโดยตรง

  1. Abstract


Cordia New 12 points, Regular

Line space 12 points

Effectiveness of fourteen ethanolic plant extracts for controlling oil palm slug caterpillar, Darna furva Wileman was evaluated by leaf dipping method. It was found that the extract obtained from Croton tiglium Linn at the concentration of 1 % was highly toxic to the oil palm slug caterpillar larva which caused 96.67 % mortality at 48 hours. The extract at the concentrations of 3 and 5 % showed very low toxic of only 6.67 and 3.3 % mortality at 48 hours, respectively. Extract obtained from Derris malaccensis Prain at the concentration of 5 % was relatively toxic to the larva, which gave 36.67 % mortality at 48 hours. And more effectiveness was found when evaluated by topical application method, causing 47.5 % mortality at 48 hours. On the contrary, by direct spray method, the extract at the concentration of 0.9 % caused 100.0 % mortality at 48 hours. The LC50 of the extract was 3,537 ppm (398-6,882 ppm). Extract of D. malaccensis is a promising natural insecticide in controlling the oil palm slug caterpillar.
Keyword:
1ภาควิชาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520

Cordia New 14 points, Regular

Line space 16 points

Cordia New 16 points, Bold

Line space 18 points

  1. คำนำ


หนอนหน้าแมว Darna furva Wileman (Lepidoptera: Limacodidae) เป็นหนอนร่านที่เป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดของปาล์มน้ำมันโดยหนอนจะกัดกินทำลายใบปาล์มน้ำมัน ถ้ามีการระบาดรุนแรงใบจะถูกกัดจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นชะงักการเจริญเติบโต ส่วนใหญ่พบหนอนหน้าแมวระบาดในปาล์มน้ำมันขนาดเล็ก อายุ 1-3 ปี โดยเฉพาะในช่วงที่มีหน้าแล้งยาวนาน (อำมรและทวีศักดิ์, 2547) การป้องกันกำจัดด้วยสารฆ่าแมลงเป็นวิธีที่เกษตรกรใช้กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากสะดวกและให้ผลดี แต่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรผู้ใช้ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีแนวโน้มที่ทำให้หนอนหน้าแมวสร้างความต้านทานต่อสารฆ่าแมลง หากมีการระบาดก็ต้องมีการป้องกันกำจัดกันอย่างต่อเนื่อง ยังผลให้ต้องเพิ่มต้นทุนในการผลิต การศึกษาวิธีการอื่นๆ เช่นการใช้สารสกัดจากพืชในการทดแทนสารฆ่าแมลงมีความเป็นไปได้สูง มยุรา (2542) ได้ทำการวิจัยสารสกัดจาก ผลดีปลีแห้ง เมล็ดน้อยหน่า และผลพริก พบว่า มีผลให้หนอนแมลงวันหัวเขียว (Calliphora erytrhocephala) ตาย 10-28 % นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้รากของหนอนตายหยากโดยทุบรากแล้ววางบนไหปลาร้าจะสามารถป้องกันและฆ่าแมลงวันได้ บุษรา (2526) รายงานว่า พริกไทยป่นละเอียด 20 กรัม คลุกกับเมล็ดถั่วเขียว 1 กิโลกรัม สามารถป้องกันด้วงถั่ว (Callosobruchus sp.) ได้นาน 6 เดือนโดยพบเมล็ดเสียหายเพียง 11 % ขณะที่ไม่ได้คลุกอะไรเสียหาย 38 % ทิติยา (2532) รายงานว่า พืชท้องถิ่นหลายชนิดสามารถใช้ไล่แมลงศัตรูพืชได้ดี เช่น ว่านน้ำ พริกไทย โหระพา กระเทียม ขมิ้น สะเดา กานพลู และไพร นอกจากนี้ Insung (1995) และ Insung and Boczek (1995) ยังพบว่า สารสกัดและสารสกัดแยกส่วนของเมล็ดดีปลี ที่ความเข้มข้น 1 % สามารถ ควบคุมไร Tyrophagous putrescentiae ได้ 97.63 และ 95.7% ตามลำดับ สำหรับในการทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดเอทานอลจากพืชชนิดต่างๆ เพื่อใช้ในการควบคุมหนอนหน้าแมวทดแทนการใช้สารฆ่าแมลง

Cordia New 14 points, Regular

Line space 16 points

Cordia New 16 points, Bold

Line space 18 points


  1. อุปกรณ์และวิธีการ

การเตรียมแมลงเพื่อทดสอบ

ทำการเพาะเลี้ยงผีเสื้อหนอนหน้าแมวในกรงเลี้ยงขนาด 75x75x100 เซ็นติเมตรภายในบรรจุกล้าปาล์มน้ำมันเพื่อให้ผีเสื้อวางไข่ในห้องปฏิบัติการ ไข่หนอนหน้าแมวจะฟักเป็นตัว และหนอนจะกัดกินผิวใบปาล์มน้ำมัน เมื่อหนอนมีขนาดโตขึ้นและเริ่มมีการทำลายใบอย่างรุนแรง ทำการย้ายหนอนลงในกล่องพลาสติกเลี้ยงแมลงโดยมีใบปาล์มน้ำมันเป็นอาหาร ในการศึกษาครั้งนี้ ใช้หนอนวัย 4 ทดสอบซึ่งเป็นวัยที่ได้หลังจากการเริ่มเลี้ยงในกล่องพลาสติก 2-3 วัน



การเตรียมสารสกัดจากพืช

นำพืชสมุนไพร 14 ชนิด ได้แก่ ใบประยงค์ (Aglaia Odorata Lour.) เมล็ดส้มป่อย (Acacia rugata Merr) รากหนอนตายหยาก (Stemona tuberosa Lour.) ใบโกสน (Codiaeum variegatum B) เมล็ดดีปลี (Piper retrofractum Vahl) รากหางไหลขาว (Derris malaccensis Prain.) เมล็ดสลอด (Croton tiglium Linn.) ใบแมงลักคา (Hypti suaveolens Poit.) ใบแพรว (Polygonum odoratum Lour.) ใบป่าน (Linum usitatissimum Linn.) ใบหนาด (Inula polygonata DC.) เมล็ดกระเทียม (Allium sativum Linn.) เมล็ดพริกไทยดำ (Piper nigrum Linn.) และใบแฝกหอม (Vetiveria zizanioides (Linn.)) มาอบให้แห้งและบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาสกัดด้วยเอทานอล 95 % ในอัตราส่วนพืชสมุนไพร : เอทานอล(กรัม : มิลลิลิตร) 25 : 250 ด้วยเครื่องซอกเลตต์เป็นเวลา 16 ชั่วโมง นำสารละลายที่ได้มาลดปริมาตรด้วยเครื่องระเหยสุญญากาศ นำ crude extract ที่ได้มาละลายด้วย น้ำกลั่น : อะซิโตน ในอัตรา 7 : 1 โดยใช้เครื่อง ultra sonic เพื่อช่วยให้ crude extract ละลายเข้ากับน้ำกลั่นได้ เตรียมความเข้มข้นออกเป็นความเข้มข้นต่างๆ เพื่อทดสอบกับหนอนหน้าแมว



การทดสอบ

การทดสอบเบื้องต้น เป็นการทดสอบโดยวิธีการชุบใบ (leaf dipping) โดยการเตรียมสารสกัดจากพืชทั้ง 14 ชนิดในอัตราความเข้มข้น 3 ระดับ คือ 1, 3 และ 5 % ทำการชุบใบปาล์มลงไปในสารสกัดจากพืชในแต่ละความเข้มข้น ผึ่งใบให้แห้งและปล่อยหนอนหน้าแมววัย 4 จำนวน 10 ตัว ลงบนใบปาล์ม ทำการทดสอบ 3 ซ้ำ บันทึกจำนวนตัวตายของหนอนหน้าแมวซึ่งเป็นผลมาจากการกินตาย ที่ 24 และ 48 ชม. หลังทดลอง และคำนวณหาเปอร์เซ็นต์การตายของหนอนตาม Abbott’s formula (Abbott, 1925) วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความแตกต่างทางสถิติโดยวิธีการ Duncan’s Multiple Range Test (DMRT)

ในการทดลองขั้นที่ 2 โดยนำสารสกัดที่ให้ผลดีและให้ผลการทดสอบที่สอดคล้องกันระหว่างความเข้มข้นและอัตราการตายมาทดสอบโดยหยดลงบนตัวหนอนโดยตรง (Topical application) โดยใช้เครื่องหยดสารปริมาณน้อย (micro applicator) หยดลงบนตัวหนอนจำนวน 5 ไมโครลิตร ต่อ 1 ตัว ทำการทดสอบ 4 ซ้ำๆ ละ 10 ตัว ใช้ความเข้มข้น 5 ระดับ คือ 1, 2, 3, 4 และ 5 % บันทึกจำนวนตัวตายของหนอน ซึ่งเป็นผลจากการสัมผัสตาย หลังการทดลอง ทุก 24, 48 และ 72 ชม. วางแผนการทดลองแบบ Completely Randomized Design (CRD) และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความแตกต่างทางสถิติโดยใช้วิธีการ Duncan’s Multiple Range Test (DMRT)

การหาค่า LC50 และ LC99

Cordia New 14 points, Regular

Line space 16 points

ทำการหาค่า LC50 และ LC99ของสารสกัดของหางไหลขาว โดยวิธีการฉีดพ่นลงบนใบและบนตัวหนอน (direct spray) ทำการทดสอบ 4 ซ้ำ ๆ ละ 10 ตัว ใช้ความเข้มข้น 6 ระดับคือ 0.1, 0.3, 0.5, 0.7, 0.9 และ 1.0% (1,000, 3,000, 5,000, 7,000, 9,000 และ 10,000 ppm) บันทึกจำนวนตัวตายของหนอน ซึ่งเป็นผลจากการสัมผัส และกินตาย ที่ 24, 48 และ 72 ชม. หลังการทดลอง นำข้อมูลที่ได้มาทำการหาค่า LC50 และ LC99 โดยวิธี Probit analysis (Finney, 1971) โดยใชัโปรแกรม SPSS probit analysis

Cordia New 16 points, Bold

Line space 18 points



  1. ผลการทดลองและวิจารณ์


จากผลการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืชสมุนไพรในการป้องกันกำจัดหนอนหน้าแมว ในการทดลองเบื้องต้นโดยวิธีชุบใบลงในสารสกัดสมุนไพรแสดงไว้ใน Table 1 เป็นที่น่าสังเกตุว่าที่ 24 ชั่วโมงหลังการทดลอง สารสกัดจากสลอด ที่ความเข้มข้น 1 % มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดหนอนหน้าแมวได้ดีที่สุด คือ พบการตายของหนอนสูงถึง 80.00 % แตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญทุกสารทดลอง ในขณะที่ความเข้มข้นสูงขึ้นกลับไม่มีประสิทธิภาพและให้ผลที่ไม่แน่นอน คือ ที่ความเข้มข้น 3 และ 5 % ไม่มีผลในการควบคุมที่ 24 ชั่วโมง รองลงมา คือ สารสกัดจากกระเทียมซึ่งมีอัตราการตายของหนอน 16.67 % ที่ความเข้มข้น 1 % ส่วนสารสกัดจากส้มป่อย และสารสกัดจากใบแฝกหอม ที่อัตราความเข้มข้น 5 % ให้อัตราการตายของหนอน 13.33 % เท่ากัน

ที่ 48 ชั่วโมง สารสกัดสลอดที่ความเข้มข้น 1 % มีอัตราการตาย ของหนอนสูงสุด คือ 96.67 % และมีความแตกต่างทางสถิติกับทุกสารสกัดในความเข้มข้นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สารสกัดสลอดที่ความเข้มข้นสูงขึ้น คือ 3 และ 5 % กลับมีอัตราการตายที่ลดลงมาก คือ 6.67 และ 3.33 % เท่านั้น ในขณะที่สารสกัดจากหางไหลขาว ที่ความเข้มข้น 5 % ให้อัตราการตายรองลงมา คือ 36.67 % โดยมีอัตราการตายที่สูงขึ้นตามความเข้มข้น สำหรับสารสกัดจากพืชอื่นๆ ที่ให้ผลดี รองลงมา คือ สารสกัดกระเทียม ที่ความเข้มข้น 3 % และเมล็ดส้มป่อย ที่ความเข้มข้น 5 % โดยให้อัตราการตาย 33.33 และ 26.67 % ตามลำดับ ในขณะที่สารสกัดจากพืชชนิดอื่นอีกหลายชนิดไม่ให้ผลในการควบคุมหนอนหน้าแมวเลย

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากหางไหลขาวซึ่งให้อัตราการตายจากการทดสอบในเบื้องต้น สอดคล้องกับความเข้มข้น และระยะเวลาทดสอบดีที่สุด โดยการหยดสารสกัดลงบนตัวหนอน (Table 2) พบว่า สารสกัดจากหางไหลขาวที่ความเข้มข้น 5% มีประสิทธิภาพในการกำจัดหนอนหน้าแมวได้ดีที่สุด คือ หนอนมีการตาย 47.50 % หลังการทดลอง 24, 48 และ 72 ชั่วโมง ตามลำดับ แต่ไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับสารสกัดหางไหลขาวที่ความเข้มข้น 3 และ 4 % ที่พบการตายของหนอน อยู่ระหว่าง 27.5% - 40.0 % ที่ 48 และ 72 ชั่วโมง หลังการทดลอง ตามลำดับ สารสกัดทั้ง สามความเข้มข้น พบมีความแตกต่างทางสถิติจากความเข้มข้นที่ 2 และ1 % และวิธีเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญ
Cordia New 14 points, Regular

Line space 16 points



Table 1 Comparative percentage mortality of Darna furva Wileman evaluated by leaf dipping with ethanolic plant extracts of 14 local plant species. 1/
Scientific name% Mortality 2/24 hrs.48 hrs.1 %3 %5 %1 %3 %5 %Aglaia odorata Lour.0.00c0.00b0.00c6.67bc0.00c0.00cAcacia rugata Merr.0.00c3.33b13.33a3.33bc23.33ac26.67abStemona tuberosa Lour0.00c0.00b0.00c0.00 c3.33c3.33bcCodiaeum variegatum B.0.00c0.00b0.00c6.67bc0.00c0.00cPiper retrofractum Vahl.0.00c0.00b6.67b6.67bc0.00c10.00bcDerris malaccensis Prain0.00c0.00b0.00c0.00c20.00bc36.67aCroton tiglium Linn.80.00a0.00b0.00c96.67a6.67c3.33bcHyptis suaveolens Poit.0.00c0.00b6.67b3.33bc0.00c10.00bcPolygonumodoratum sp.0.00c0.00b0.00c3.33bc3.33c0.00cAgave amaricana.0.00c0.00b0.00c0.00c0.00c0.00cInula polygonata DC.0.00c0.00b0.00c3.33bc0.00c0.00cAllium sativum Linn.16.67b10.00a6.67b0.00c33.33a26.67abPiper nigrum Linn0.00c0.00b0.00c0.00c0.00c3.33bcVetiveria zizanioides Linn.0.00c0.00b13.33a0.00c0.00c23.33abcControl 0.00c0.00b0.00c0.00c0.00c3.33bc1/ Data were based on 4th instar larvae, 10 larvae/replicate of 4 replications

2/ Mean in the same vertical column followed by the same letters are not significantly different at 5% level by DMRT

Cordia New 12 points, Regular

Line space 12 points
ตารางใช้ภาษาอังกฤษทั้งตาราง ไม่มีเส้นกั้นแนวตั้ง

ตัวอักษรแสดงค่าทางสถิติใช้ตัวปกติ



Table 2 Percentage mortality of Darna furva Wileman caused by ethanolic extract of Derris malaccensis Prain at various concentrations by topical application method. 1/
%Concentrations % Mortality 2/24 hrs.48 hrs.72 hrs.1 2.50c5.00b5.00b2 7.50c10.00b10.00b3 27.50ab40.00a40.00a4 37.50a40.00a40.00a5 47.50a47.50a47.50acontrol0.00c0.00b2.50b1/ Data were based on 4th instar larvae, 10 larvae/replicate of 4 replications

2/ Mean in the same vertical column followed by the same letters are not significantly different at 5% level by DMRT
จากการทดลองโดยการฉีดพ่นสารสกัดหางไหลขาวที่อัตราความเข้มข้นต่างๆกันลงบนใบและตัวหนอนหน้าแมว พบว่า ที่ 24 ชั่วโมง ที่ความเข้มข้น 0.9 % ให้ประสิทธิภาพสูงสุด คือ ทำให้หนอนตายถึง 100 % แต่ไม่พบความแตกต่างทางสถิติกับความเข้มข้น 0.7 และ 1 % ที่ทำให้หนอนตาย 95 % ในขณะที่หลังการทดลอง 48 และ 72 ชั่วโมง ระดับความเข้มข้นที่พบว่ามีประสิทธิภาพดี คือ ที่ความเข้มข้น 0.5, 0.7, 0.9 และ 1 % ทำให้หนอนตายระหว่าง 85.00 - 100 % และพบมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญกับความเข้มข้น 0.1, 0.3 % และวิธีเปรียบเทียบ (Table 3)

Table 3 Percentage mortality of Darna furva Wileman caused by ethanolic extract of Derris malaccensis Prain at various concentrations by direct spray application method. 1/
%Concentrations% Mortality 2/24 hrs.48 hrs.72 hrs.0.1 7.50d25.00c30.00c0.3 52.50c62.50b70.00b0.5 82.50b85.00a87.50a0.7 95.00ab97.50a100.00a0.9 100.00a100.00a100.00a1.0 95.00ab95.00a100.00acontrol2.50d2.50d2.50d1/ Data were based on 4th instar larvae, 10 larvae/replicate of 4 replications.

2/ Mean in the same vertical column followed by the same letters are not significantly different at 5% level by DMRT.
เมื่อนำค่าจากผลที่ได้มาหาค่า LC50 และ LC99 ของสารสกัดจากหางไหลขาว พบว่า LC50 ของสารสกัดจากหางไหลขาวที่ 24 ชั่วโมงเท่ากับ 3,537 ppm (398-6,882 ppm) และ LC99 เท่ากับ 8,758 ppm (5,964-32,426 ppm) ดังแสดงไว้ใน Table 4
Table 4 Probit analysis, LC50and LC99 of Derris malaccensis Prain for Darna furva Wileman at 24 hours by direct spray application method. 1/
Concentrations

(ppm)No. of

treated

larvaeResponseIntercept



Standard

ErrorLethal concentration values

(ppm)

LC50 LC99



(range) (range)1,0004033,00040215,0004033-1.500.193,5378,7587,0004038(398-6,882)(5,964-32,426)9,000404010,0004038Control4001/ Data were based on 4th instar larvae, 10 larvae/replicate of 4 replications.

  1. สรุปผลการทดลอง


เขียนรูปแบบให้ตรงตามรายละเอียดที่ระบุในวารสารเกษตร

การศึกษาผลของสารสกัดจากพืช 14 ชนิด ในการควบคุมหนอนหน้าแมว โดยวิธีการชุบใบ ( leaf dipping method ) พบว่า สารสกัดจากสลอดที่ความเข้มข้น 1% มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันกำจัดหนอนหน้าแมว พบมีผลทำให้หนอนตายถึง 80.0 และ 96.67 % หลังการทดลอง 24 และ 48 ชั่วโมง ตามลำดับ แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่า เมื่อใช้ความเข้มข้นสูงขึ้นกลับไม่มีผลในการป้องกันกำจัดหนอนหน้าแมว ส่วนที่ให้ผลรองลงมา คือหางไหลขาว พบว่า หลังการทดลอง 48 ชั่วโมง ที่ความเข้มข้น 3 และ 5 % ทำให้หนอนตาย 20.00 และ 36.67 % ตามลำดับ ขณะที่สารสกัดอื่นๆ เช่น แมงลักคาที่มีรายงานว่ามีฤทธิ์ในการป้องกันกำจัดเพลี้ยอ่อน Aphis gossypii Glov และหนอนห่อใบมะม่วง Orthaga sp. (เกรียงไกร, 2541) หรือพริกไทยดำที่มีผลในการควบคุมหนอนใยผัก Plutella xylostella L. (Grainge et al, 1984) แต่กลับไม่มีผลในการควบคุมหนอนหน้าแมว และเมื่อนำสารสกัดจากหางไหลขาวมาทดลองโดยหยดสารลงบนตัวหนอนโดยตรง พบว่า สารสกัดจากหางไหลขาวมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือ ให้อัตราการตาย 47.50 % ทั้งที่ 24, 48 และ 72 ชั่วโมง และเมื่อนำมาทดสอบโดยวิธีฉีดพ่นบนตัวโดยตรง พบว่า ที่ความเข้มข้น 0.9% ที่ 24, 48 และ 72 ชั่วโมง หนอนหน้าแมวมีอัตราการตายถึง 100% และหากพิจารณาค่า LC50 และ LC99 ของหางไหลขาว ที่ 24 ชั่วโมง พบว่าจะมีค่า 3,537 ppm (398-6,882 ppm) และ 8,758 ppm (5,964-32,426 ppm) ตามลำดับ ซึ่งกล่าวได้ว่าสารสกัดหางไหลขาวที่ความเข้มข้น 1-3 % (10,000-30,000 ppm) หรือสารสกัดจากสลอดที่ความเข้มข้น 1 % สามารถนำไปควบคุมหนอนหน้าแมวทดแทนสารสกัดสะเดาซึ่งทวีศักดิ์ (2544) ได้แนะนำให้ใช้ในอัตรา 5% ควบคุมหนอนหน้าแมวได้นอกจากนี้ สุภราดา และคณะ (2546) พบว่า หางไหลขาวมีความเป็นพิษสูงต่อหนอนเจาะลำต้นข้าวโพด Ostrinia furnacalis (Guenee) คือให้ค่า LC50 ต่อหนอนวัย 2 – 3 เท่ากับ 30.71 และ 4.28 ppm. ที่ 3 – 5 วัน ขณะที่ Visetson and Milne (2001) ได้ทดสอบสารสกัดหางไหลที่สกัดโดยวิธี stirring soaking ต่อหนอนใยผักวัย 3 ได้ค่า LD50 89.07 ppm จากวิธีการทดสอบจะเห็นได้ว่า หางไหลขาวจะออกฤทธิ์ได้สูงขึ้นจากการกิน และสัมผัสตัว ดังนั้นวิธีการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากพืชโดยเฉพาะหางไหลต่อแมลงศัตรูพืชนั้น วิธีการทดสอบที่ได้ผลดีจึงควรใช้วิธีการพ่นทางใบและหนอนโดยตรง (direct spray) รองลงมา คือ วิธีการจุ่มใบ (leaf dipping) ในขณะที่วิธีหยดสารฆ่าแมลงบนตัวหนอนโดยตรง (topical application) นั้นไม่เหมาะสม เพราะการสัมผัสเพียงอย่างเดียวทำให้แมลงตายได้น้อยมากซึ่งใกล้เคียงกับการรายงานของ Perry et al. (1998) ที่กล่าวว่าสาร rotenone ในหางไหลเป็นสารออกฤทธิ์ต่อแมลงโดยการสัมผัสตาย และกินตาย (contact and stomach poison) ควบคู่กันไปทั้งสองทางของการเป็นพิษของสารออกฤทธิ์มีผลทำให้พบเปอร์เซ็นต์การตายที่สูงกว่าสารสกัดจากพืชชนิดอื่น



  1. เอกสารอ้างอิง


เกรียงไกร จำเริญมา. 2541. สารฆ่าแมลงจากต้นแมงลักคา ว. กีฏและสัตววิทยา 35(2): 137.

ทิติยา จิติหรรษา. 2532. การใช้สารเคมีธรรมชาติไล่แมลง. ว. กีฏและสัตววิทยา 11(2): 76-78.

ทวีศักดิ์ ชโยภาส. 2544. แมลงศัตรูปาล์มน้ำมันในประเทศไทย. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. กรมวิชาการเกษตร. กรุงเทพฯ. 126 หน้า.

บุษรา พรหมสถิต. 2526. การทดลองใช้บางส่วนของพืชคลุกเคล้าถั่วเขียวเพื่อป้องกันการทำลายของด้วงถั่ว (Callosobruchus sp.). ใน รายงานการวิจัยสาขาแมลงศัตรูผลิตผลพิเศษในโรงเก็บ. กองกีฏวิทยา, กรมวิชาการเกษตร. กรุงเทพฯ.

มยุรา สุนย์วีระ. 2542. การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยใช้พืชสมุนไพร. น. 88-102. ใน เอกสารการฝึกอบรม เรื่องการใช้เทคโนโลยีการผลิตผักปลอดสารพิษ. 29 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2542, สำนักงานวิจัยแห่งชาติ กรุงเทพฯ.

สุภราดา สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง, สุรพล วิเศษสรรค์, มัณฑนา มิลล์, อภิชัย ดาวราย และ สุขพงษ์ วายุภาพ. 2546. ความเป็นพิษของสารสกัดหางไหล (Derris elliptica Benth) ต่อหนอนเจาะลำต้นข้าวโพด (Ostrinia furnacalis (Guenee)) และการเสริมฤทธิ์ด้วย PBO. ว. กีฏและสัตววิทยา 25 (1): 3-47.

อำมร อินทร์สังข์ และทวีศักดิ์ ชโยภาส. 2547. การควบคุมหนอนหน้าแมวปาล์มน้ำมัน Darna furva Wileman โดยชีววิธี น. 72-84. ใน การประชุมวิชาการ รายงานความก้าวหน้าวิจัยเครือข่ายและพัฒนา “พืชไร่” ชุดโครงการวิจัย: ปาล์มน้ำมัน ชุดโครงการวิจัย: พืชวงศ์ถั่วโปรตีนสูงและพืชน้ำมันอื่นๆ ชุดโครงการวิจัย: ข้าวและธัญพืช. 15-16 มกราคม 2547. โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช.

Abbott, W.S. 1925. A method of computing the effectiveness of an insecticides. J. Econ. Entomol. 18: 265-267.

Finney, D.J. 1971. Probit Analysis. Cambridge University Press, Cambridge.

Grainge, M., S. Ahmed, W.C. Mitchell and J.W. Hylin. 1984. Plant species reportedly possessing pest control properties – A database. Resource Systems Institute, East-West Center, Honolulu, Hawaii, USA. 240 pp.

Insung A. 1995. Influence of some active substances of plant extracts on the mold mite, Tyrophagus putrescentiae (Schrank). pp. 234-241. in: Proceedings of the Symposium on Advances of Acarology in Poland, September 26-27, 1995 ;Siedlce.

Insung A. and J. Boczek. 1995. Effect of some extracts of medicinal and spicy plants on Acarid mites. pp. 211-223. in: Proceedings of the Symposium on Advances of Acarology in Poland, September 26-27, 1995; Siedlce.



Perry, A. S.,I. Yamamoto, I Ishaaya and R. Perry. 1998. Insecticides in Agriculture and Environment: Retrospects and Prospects. Narosa Publishing House. 261 pp.

Visetson, S. and M. Milne. 2001. Effects of root extracts from derris (Derris elliptica Benth) on mortality and detoxification enzyme levels in dimondback moth larvae (Plutella xylostella Linn.) Kasetsart J. (Nat. Sci. Suppl.) 35(2): 157-163.


Verilənlər bazası müəlliflik hüququ ilə müdafiə olunur ©azrefs.org 2016
rəhbərliyinə müraciət

    Ana səhifə